จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้ยืมเงินจำนวน 40,000 บาท ซึ่งได้รับเงินดังกล่าวจากโจทก์ไปในวันที่ทำสัญญาแล้ว โดยจำเลยที่ 2 และ ส.เป็นผู้ค้ำประกันย่อมผูกพันตนต่อเจ้าหนี้เพื่อชำระหนี้เมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามป.พ.พ. มาตรา 680 วรรคหนึ่ง ซึ่งผู้ค้ำจะหลุดพ้นจากความรับผิดเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับไปตามมาตรา698 แม้ภายหลังทำสัญญาค้ำประกันจะได้ความว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ต่างไม่ถือเอากำหนดเวลาในการชำระหนี้ตามสัญญาเป็นข้อสำคัญอีกต่อไป หมายความว่า สัญญากู้ยืมเงินเป็นสัญญาที่ไม่ได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้ แต่เมื่อจำเลยที่ 1 ผิดนัดแล้วโจทก์บอกเลิกสัญญา ซึ่งเป็นภายหลังจากวันที่ ส. ถึงแก่ความตายไปแล้ว แต่เมื่อหนี้กู้ยืมดังกล่าวยังคงมีอยู่อย่างสมบูรณ์ตั้งแต่ก่อนวันที่ ส. จะถึงแก่ความตาย สัญญาค้ำก็ไม่ได้ระงับไปเพราะความตายของ ส. สิทธิและหน้าที่ต่างๆ ตามสัญญาค้ำประกันที่ ส. ทำกับโจทก์จึงเป็นกองมรดกของผู้ตายและตกแก่ทายาทตามมาตรา 1599 วรรคหนึ่ง และมาตรา 1600 ดังนั้น โจทก์สามารถฟ้องจำเลยที่ 3 ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ส. เพื่อบังคับตามสิทธิเรียกร้องของตน และ ได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินในมรดกของ ส. ตามมาตรา 1734 และมาตรา 1737
—————————หากท่านมีข้อสงสัยว่าเคสของท่านเป็นกรณีตามข้อหาหรือฐานความผิดใดนั้น ท่านสามารถนัดหมายเพื่อเข้ารับคำปรึกษากับทีมทนายความของสำนักงานทาง Inbox หรือโทรศัพท์088-8851717 ทนายนวพลเบอร์โทรสำนักงาน053-014202LINE ID : Nawaphon-lawyer บริษัทตั้งอยู่ที่โครงการฟิฟธ์ อเวนิว รวมโชคตึกเลขที่ 555/143-144 หมู่ 2ต.หนองจ๊อม อ.สันทรายจ.เชียงใหม่ 50210Maps : https://maps.app.goo.gl/6xe27JxY6PpSYZn87?g_st=il บริษัทเปิดทำการวันจันทร์ – วันศุกร์เวลา 8.30 น. – 17.00 น.วันเสาร์ เวลา 8.30 น.–12.00 น.หยุดทุกวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
