nawarat_law_firm__logo__500px

Supreme Court No.746/2567

746-2567

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันบุกรุกและครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธารและอยู่ในเขตลุ่มน้ำชั้น 1 เอ เนื้อที่ประมาณ 62 ไร่ 25 ตารางวา โดยมีการแผ้วถางและใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าวโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507

เมื่อศาลรับฟังข้อเท็จจริงได้ว่าจำเลยทั้งสองกระทำการตามที่โจทก์ฟ้องจริง การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายความผิด 2 ฐาน คือ

  1. ร่วมกันยึดถือ ครอบครอง ทำประโยชน์ หรือแผ้วถางป่าสงวนแห่งชาติเป็นพื้นที่เกิน 25 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 31 วรรคสอง
  2. ร่วมกันก่อสร้างหรือแผ้วถางป่าสงวนแห่งชาติที่เป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ตามมาตรา 31 วรรคสอง (3)

อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาเห็นว่าการกระทำทั้งสองฐานความผิดเกิดจากการกระทำเดียวกัน จึงเป็นกรณี “กรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 เมื่อบทกฎหมายทั้งสองกำหนดอัตราโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษเพียงบทเดียว คือ ความผิดตามมาตรา 31 วรรคสอง

แม้คู่ความจะไม่ได้ยกประเด็นนี้ขึ้นฎีกา แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาจึงมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขคำพิพากษาให้ถูกต้องได้เอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

        คำพิพากษาฎีกาที่ 746/2567

———————
หากท่านมีข้อสงสัยว่าเคสของท่านเป็นกรณีตามข้อหาหรือฐานความผิดใดนั้นท่านสามารถนัดหมายเพื่อเข้ารับคำปรึกษากับทีมทนายความของสำนักงานทาง Inbox หรือโทรศัพท์ 088-8851717 ทนายนวพล
เบอร์โทรสำนักงาน 053-014202
LINE ID : thenawarat17
บริษัทตั้งอยู่ที่
โครงการฟิฟธ์ อเวนิว รวมโชค
ตึกเลขที่ 555/143-144 หมู่ 2
ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ 50210
บริษัทเปิดทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.30 น. – 17.00 น.
วันเสาร์ เวลา 8.30 น.–12.00 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์