nawarat_law_firm__logo__500px

Supreme Court No.10278/2555

10278-2555

ถอดบทเรียนคดีสะเทือนขวัญ: ทำไมผู้ต้องหาบางคนถึงโดน “คุมขังต่อ” แม้พ้นโทษแล้ว?

         จากคดีสะเทือนขวัญกรณีการก่ออาชญากรรมต่อสองพี่น้องท่องเที่ยวชาวรัสเซีย และนำศพไปฝังอำพรางในพื้นที่เขาชีจรรย์ เหตุการณ์นี้นอกจากจะสร้างความสะเทือนใจให้แก่สังคมแล้ว ในทางกฎหมายยังเป็นอุทาหรณ์ที่สะท้อนถึงกลไกการลงโทษ และมาตรการป้องกันสังคมของไทยได้อย่างชัดเจน

1. อำพรางศพ = สร้างกรรมใหม่ โทษเพิ่มต่างกรรมต่างกระทง

ในทางคดีอาญา เมื่อเกิดเหตุฆาตกรรมแล้วผู้ก่อเหตุเลือกที่จะ “ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ” เพื่อปกปิดสาเหตุการตาย (ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 199) กฎหมายไทยไม่ได้มองว่าเป็นเพียงผลพลอยได้จากการทำผิด

ยึดตาม บรรทัดฐานคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10278/2555 ศาลวางหลักไว้ว่า:

“การทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตถือเป็นความผิดสำเร็จกรรมหนึ่ง ส่วนการนำศพไปฝังหรือซ่อนเร้นในภายหลัง ถือเป็นเจตนาที่เกิดขึ้นต่างหากอีกกรรมหนึ่ง”

ผลคือ ผู้กระทำผิดจะถูกศาลลงโทษ “ต่างกรรมต่างกระทง” นำโทษฐานฆ่าผู้อื่นมาบวกเพิ่มกับโทษซ่อนเร้นศพ ทำให้รับโทษรวมสูงขึ้นทันที

2. ทำผิดซ้ำซาก: ทำไมถึงโดน “คุมขังต่อ” แม้พ้นโทษแล้ว?

ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดในคดีลักษณะนี้ คือหากผู้ต้องหามีประวัติเป็น “เดนคุก” หรือเคยกระทำผิดร้ายแรงซ้ำซาก กฎหมายไทยฉบับปัจจุบันมีเกราะคุ้มกันสังคมที่เรียกว่า พ.ร.บ. JSOC (พ.ร.บ. มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำฯ พ.ศ. 2565) เข้ามาดูแลต่อทันที

พ.ร.บ. JSOC ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับผู้กระทำผิดในคดีร้ายแรง/ใช้ความรุนแรง โดยมีมาตรการสำคัญดังนี้:

  • การคุมขังหลังพ้นโทษ (Post-Sentence Detention): หากผู้ต้องขังรับโทษจำคุกจนครบกำหนดแล้ว แต่ผลการประเมินทางจิตวิทยาและพฤติกรรมพบว่า “ยังมีพฤติการณ์อันตราย และเสี่ยงสูงที่จะกลับมากระทำผิดซ้ำ” ศาลมีอำนาจสั่งให้ส่งตัวไปคุมขังต่อในสถานควบคุมเฉพาะ โดยยังไม่ปลดปล่อยกลับคืนสู่สังคม

  • มาตรการนักอภิบาลและติดอุปกรณ์ติดตาม: หากได้รับอนุมัติให้ปล่อยตัว จะต้องถูกติดอุปกรณ์ EM จำกัดพื้นที่ และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเข้มงวดหลังพ้นโทษสูงสุดถึง 10 ปี

⚖️ สรุป

คดีฆ่าฝังศพเขาชีจรรย์ชี้ให้เห็นว่า การพยายามอำพรางความผิดนอกจากจะไม่ช่วยให้พ้นอาญาแล้ว ยังเป็นการเพิ่มโทษให้หนักยิ่งขึ้น และหากผู้กระทำผิดมีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคมอย่างต่อเนื่อง “พ.ร.บ. JSOC” จะทำหน้าที่เป็นปราการด่านสุดท้าย เพื่อหยุดยั้งไม่ให้อาชญากรวายร้ายกลับมาสร้างความสูญเสียให้แก่สังคมได้อีก แม้จะรับโทษจำคุกเดิมครบแล้วก็ตาม

———————
หากท่านมีข้อสงสัยว่าเคสของท่านเป็นกรณีตามข้อหาหรือฐานความผิดใดนั้นท่านสามารถนัดหมายเพื่อเข้ารับคำปรึกษากับทีมทนายความของสำนักงานทาง Inbox หรือโทรศัพท์ 088-8851717 ทนายนวพล
เบอร์โทรสำนักงาน 053-014202
LINE ID : thenawarat17
บริษัทตั้งอยู่ที่
โครงการฟิฟธ์ อเวนิว รวมโชค
ตึกเลขที่ 555/143-144 หมู่ 2
ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ 50210
บริษัทเปิดทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.30 น. – 17.00 น.
วันเสาร์ เวลา 8.30 น.–12.00 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์