– ในทางกฎหมาย การที่ผู้ขับขี่ไม่สามารถควบคุมยานพาหนะให้อยู่ในช่องทางจราจรตามปกติ จนกระทั่งพุ่งเข้าชนอาคารบ้านเรือนซึ่งเป็นที่ส่วนบุคคล ถือเป็นความประมาทเลินเล่อของผู้ขับขี่แต่เพียงฝ่ายเดียว
กรณีดังกล่าวมีแนวบรรทัดฐานตาม คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5055/2559 วินิจฉัยไว้ในสาระสำคัญว่า เมื่อผู้เสียหายพำนักหรืออยู่ในจุดที่ปลอดภัยอันเป็นสิทธิของตนเองแล้ว การที่ผู้ขับขี่ควบคุมยานพาหนะล้ำเข้าไปก่อให้เกิดความเสียหาย ย่อมถือเป็นความประมาทของผู้ขับขี่แต่เพียงฝ่ายเดียว ฝ่ายผู้ขับขี่จึงไม่สามารถยกข้อต่อสู้เรื่อง “การมีส่วนประมาทร่วมของผู้เสียหาย” เพื่อลดหย่อนความรับผิดได้ และต้องรับผิดชอบต่อผลของคดีเต็มจำนวน (100%)
- อัตราโทษ: จำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
(ทั้งนี้ ไม่รวมความรับผิดอื่นตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก เช่น การขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือการขับขี่ขณะมึนเมาสุรา หากตรวจพบในภายหลัง)
- อัตราโทษ: จำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
- ค่าปลงศพ: รวมถึงค่าใช้จ่ายอันจำเป็นทั้งหมดในการจัดการศพ
- ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน: ค่าซ่อมแซมโครงสร้างอาคารบ้านเรือนและทรัพย์สินภายในที่ได้รับความเสียหาย
- ค่าขาดไร้อุปการะตามกฎหมาย: บิดามารดามีสิทธิเรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการที่จะได้รับความอุปการะเลี้ยงดูจากบุตรในอนาคต
อุบัติเหตุในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่นำมาซึ่งบทลงโทษทางอาญาขั้นสูงสุดและการชดเชยทางแพ่งจำนวนมหาศาล แต่อัตราความสูญเสียที่เกิดขึ้นยังสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการกวดขันวินัยจราจรอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียแก่ประชาชนผู้บริสุทธิ์แม้ในขณะที่พำนักอยู่ภายในบ้านเรือนของตนเอง
#อุบัติเหตุคู้บอน #กฎหมายน่ารู้ #ฎีกาเด่น #ขับรถประมาท #อุทาหรณ์สังคม

