จากข่าวโหนกระแสกรณี “ดาบตำรวจ สภ.ทุ่งลุง จ.สงขลา” ที่ใช้หน้าที่ตำรวจบังคับเหยื่อตรวจค้นยาเสพติด บังคับให้เปลื้องผ้าแอบถ่ายคลิปไปขายกลุ่มลับ และข่มขู่ขอร่วมประเวณีเพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีนั้น มีบรรทัดฐานคำพิพากษาศาลฎีกาในอดีตที่เคยตัดสินความผิดในพฤติการณ์ทำนองนี้ไว้อย่างชัดเจน แยกตามฐานความผิดหลักได้ดังนี้ :
1. ฐานความเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม.157) และข่มขืนใจผู้อื่น (ม.309)
พฤติการณ์อ้างเหตุตรวจค้นยาเสพติดเพื่อลวนลามหรือบังคับถ่ายคลิป มีฎีกาที่ตรงมากคือ :
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6092/2548: จำเลยเป็นตำรวจใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ทำการตรวจค้นผู้เสียหายหญิงเพื่อหาเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) แต่กลับใช้โอกาสนั้นกระทำการอนาจารและลวนลามผู้เสียหาย
- ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า: เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้สำหรับตนเอง มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และการข่มขู่จนผู้เสียหายจำยอม ถือเป็นความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดหรือไม่กระทำการใดตามมาตรา 309 ด้วย
2. ฐานเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์หรือสินบน (ม.149)
กรณีที่ดาบตำรวจยื่นข้อเสนอ “แลกข้อหา” หรือบอกว่า “มีอะไรกับพี่แล้วน้องจะเป็นอิสระ” การใช้เรือนร่างหรือเพศสัมพันธ์มาแลกเปลี่ยนในทางกฎหมายถือเป็น “ประโยชน์อื่นใด” ตามมาตรา 149 :
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6566/2544: จำเลยเป็นตำรวจจับกุมผู้เสียหายในข้อหาลักทรัพย์ จากนั้นได้เรียกรับเงินและบังคับให้ผู้เสียหายยอมร่วมประเวณีด้วย เพื่อแลกกับการปล่อยตัวและไม่ดำเนินคดี
- ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า: การยอมร่วมประเวณีถือเป็น “ประโยชน์อื่นใด” ที่เจ้าพนักงานเรียกรับเพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ จำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับสินบนตามมาตรา 149 (โทษสูงสุดถึงประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต)
3. ฐานข่มขืนกระทำชำเราและอนาจาร โดยขู่เข็ญและใช้กำลังประทุษร้าย (ม.276, ม.278)
การขู่เข็ญว่าถ้าไม่ยอมถ่ายคลิปหรือยอมมีสัมพันธ์จะถูกจับกุม/ยัดยา ถือเป็นการขู่เข็ญจนเหยื่ออยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ :
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2253/2562 และ 3760/2564: การที่ผู้กระทำความผิดใช้สถานะทางสังคม ความเป็นเจ้าหน้าที่ หรือการขู่ว่าจะดำเนินคดีอาญาที่ทำให้เหยื่อเกิดความกลัวอย่างร้ายแรงจนต้องจำยอมให้กระทำชำเราหรือกระทำอนาจาร ถือเป็นการขู่เข็ญและใช้อำนาจครอบงำ ศาลลงโทษหนักในฐานข่มขืนกระทำชำเรา (ม.276) และอนาจาร (ม.278)
4. ฐานความผิดเกี่ยวกับสื่อลามกอนาจารเด็กและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ (กรณีเหยื่อเป็นเด็กและนำไปขายกลุ่มลับ)
เนื่องจากคดีนี้พบว่ามีเหยื่อเป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปี (มีรายงานว่าอายุน้อยสุดเพียง 13 ปี) และนำคลิปไปขายในกลุ่มลับ :
- คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2337/2565: การถ่ายคลิปลามกของเด็ก (อายุไม่เกิน 18 ปี) ไม่ว่าจะด้วยการบังคับหรือล่อลวง แล้วนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อแสวงหาประโยชน์ในทางการค้า (เช่น กลุ่มลับที่ต้องจ่ายเงินเข้า) มีความผิดคราวเดียวหลายกรรมหนัก ทั้งครอบครองและส่งต่อสื่อลามกเด็ก (ม.287/1, ม.287/2) และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14(4) ซึ่งศาลฎีกาลงโทษจำคุกเรียงกระทงหนาแน่นมากโดยไม่รอลงอาญา
สรุปแนวโน้มทางคดี : จากบรรทัดฐานฎีกาทั้งหมดข้างต้น หากพิจารณาตามพฤติการณ์ที่เป็นข่าว ดาบตำรวจรายนี้จะถูกดำเนินคดีแบบ “ต่างกรรมต่างวาระ” (ตามจำนวนผู้เสียหายและจำนวนครั้งที่ทำ) ซึ่งเมื่อนับรวมโทษทุกฐานความผิดรวมถึงการเป็นเจ้าพนักงานที่ทำผิดซ้ำซาก โทษสูงสุดในทางปฏิบัติคือศาลจะลงโทษจำคุกตลอดชีวิต.
———————
หากท่านมีข้อสงสัยว่าเคสของท่านเป็นกรณีตามข้อหาหรือฐานความผิดใดนั้นท่านสามารถนัดหมายเพื่อเข้ารับคำปรึกษากับทีมทนายความของสำนักงานทาง Inbox หรือโทรศัพท์ 088-8851717 ทนายนวพล
เบอร์โทรสำนักงาน 053-014202
LINE ID : thenawarat17
บริษัทตั้งอยู่ที่
โครงการฟิฟธ์ อเวนิว รวมโชค
ตึกเลขที่ 555/143-144 หมู่ 2
ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ 50210
บริษัทเปิดทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.30 น. – 17.00 น.
วันเสาร์ เวลา 8.30 น.–12.00 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

