การลักบัตร KDEBIT ซึ่งเป็นบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้เสียหาย ความผิดย่อมสำเร็จตั้งแต่จำเลยเอาบัตรไปโดยทุจริต แม้จำเลยจะมีเจตนานำบัตรดังกล่าวไปใช้ถอนเงินจากบัญชีของผู้เสียหายด้วย แต่เจตนาลักบัตรกับเจตนานำบัตรไปถอนเงิน สามารถแยกออกจากกันได้
การลักบัตร KDEBIT เป็น กรรมหนึ่งและเป็นการกระทำเดียวที่เป็นทั้งความผิดฐานลักทรัพย์และฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น จึงเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษตามบทที่มีโทษหนักที่สุด คือ ฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น
ส่วนการนำบัตร KDEBIT ไปใช้ถอนเงินสด 25,000 บาท จากตู้ ATM เป็น อีกกรรมหนึ่ง เพราะเกิดจากเจตนาอีกเจตนาหนึ่งแยกต่างหากจากการลักบัตร การกระทำดังกล่าวเป็นทั้งความผิดฐานมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น ฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น และฐานลักทรัพย์เงินสดในเวลากลางคืน จึงเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่น ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด
สำหรับความผิดฐานมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อจำเลยนำบัตรนั้นออกใช้ถอนเงินจริงแล้ว ความผิดฐานมีไว้เพื่อนำออกใช้ย่อมเกลื่อนกลืนอยู่ในความผิดฐานใช้บัตร ไม่เป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหาก
ดังนั้น การลักบัตรกับการนำบัตรไปถอนเงินมี เจตนาแยกจากกันและเป็นความผิด 2 กรรมต่างกัน ต้องลงโทษทุกกรรมตามมาตรา 91 โดยแต่ละกรรมหากเป็นการกระทำเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90

