จากข่าวกรณี เด็กอายุ 1 ขวบถูกกรรไกรตัดนิ้วขาดภายในโรงพยาบาล ข่าวระบุว่าเป็นความผิดพลาดของผู้ช่วยพยาบาลระหว่างการปฏิบัติงาน และภายหลังโรงพยาบาลรีบส่งตัวไปรักษาและผ่าตัดต่อให้
หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามข่าว และพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากความประมาท สามารถวิเคราะห์กฎหมายได้ดังนี้
- ผู้ช่วยพยาบาล
กรณี ใช้กรรไกรโดยขาดความระมัดระวังจนทำให้นิ้วเด็กขาด มีประเด็นสำคัญคือ การสูญเสียนิ้วอาจเข้าลักษณะ “ได้รับอันตรายสาหัส” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 เพราะเป็นการสูญเสียอวัยวะ
ดังนั้น หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการกระทำโดยประมาท อาจเข้าข่ายประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 — กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- โรงพยาบาล
มีโอกาสต้องรับผิดทางแพ่ง หากผู้ช่วยพยาบาลเป็นลูกจ้างหรืออยู่ในการควบคุมการปฏิบัติงานของโรงพยาบาล และเหตุเกิดในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่
หลักสำคัญคือ
- ป.พ.พ. มาตรา 420 — ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้ผู้อื่นเสียหายแก่ร่างกายหรืออนามัย ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน
- ป.พ.พ. มาตรา 425 — นายจ้างต้องร่วมรับผิดกับลูกจ้างในผลแห่งละเมิดที่ลูกจ้างกระทำไปในทางการที่จ้าง
ในคดีดังกล่าว ศาลพิจารณาว่าโรงพยาบาลมีส่วนต้องรับผิดจากการกระทำของบุคลากรทางการแพทย์ และมีประเด็นเรื่องความประมาทในการให้บริการทางการแพทย์โดยเฉพาะ

