พกปืนบุกยิงปมทวงหนี้ เข้าข่าย “ไตร่ตรองไว้ก่อน” หรือไม่ ?
จากกรณีเหตุสะเทือนขวัญเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา กรณีอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บุกเข้าพบนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ถึงภายในสำนักงาน ก่อนจะใช้อาวุธปืนยิงจนเสียชีวิต โดยผู้ก่อเหตุอ้างชนวนเหตุมาจากปัญหาหนี้สินส่วนตัวจำนวน 11 ล้านบาท และระบุว่าเป็นการลงมือเนื่องจากเจรจาไม่ลงตัว
คดีนี้ไม่เพียงแต่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม แต่ในทางกฎหมายอาญายังมีประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะพฤติการณ์ “การพกอาวุธปืนเดินทางไปหาคู่กรณีถึงที่ทำงาน” ซึ่งพนักงานสอบสวนอาจตั้งข้อหาหนักฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) ซึ่งมีอัตราโทษสูงสุดคือประหารชีวิต
เมื่อพลิกดูแนวคำพิพากษาศาลฎีกาในอดีต (เช่น คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3524/2562) ศาลเคยวางบรรทัดฐานไว้ว่า “การที่จำเลยพกอาวุธปืนติดตัวเดินทางไปหาคู่กรณีเพื่อทวงถามหนี้สิน เมื่อพูดคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วใช้อาวุธปืนยิงทันที พฤติการณ์ย่อมเล็งเห็นได้ว่าจำเลยมีการคิดทบทวนและเตรียมการไว้ล่วงหน้า หากไม่ได้รับเงินคืนก็จะใช้อาวุธปืนยิง จึงมิใช่เหตุบังดาลโทสะหรืออารมณ์ชั่ววูบ แต่เป็นการฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน”
นอกจากนี้ การปฏิเสธไม่ใช้หนี้หรือการหลบหน้าของลูกหนี้ ตามแนวฎีกาที่ 1630/2564 ชี้ชัดว่าไม่ถือเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม เจ้าหนี้จึงไม่สามารถนำมาอ้างเหตุ “บันดาลโทสะ” เพื่อลดหย่อนโทษได้
คดีนี้จึงเป็นอุทาหรณ์ทางกฎหมายที่สำคัญว่า การทวงถามหนี้สินต้องเป็นไปตามกระบวนการทางแพ่ง การใช้กำลังและอาวุธตัดสินปัญหา นอกจากจะไม่ช่วยให้ได้ทรัพย์สินคืนแล้ว ยังต้องเผชิญกับโทษทัณฑ์ที่ร้ายแรงที่สุดในทางอาญาอีกด้วย
———————
หากท่านมีข้อสงสัยว่าคดีของท่านเป็นกรณีตามข้อหาหรือฐานความผิดใด หรือเกี่ยวข้องกับปัญหาข้อกฎหมายในด้านใดหรือไม่ ท่านสามารถทำการนัดหมาย เพื่อเข้ารับคำปรึกษากับทีมทนายความของสำนักงานทาง Inbox หรือโทรศัพท์ 088-8851717 ทนายนวพล
เบอร์โทรสำนักงาน 053-014202
LINE ID : thenawarat17
บริษัทตั้งอยู่ที่
โครงการฟิฟธ์ อเวนิว รวมโชค
ตึกเลขที่ 555/143-144 หมู่ 2
ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ 50210
บริษัทเปิดทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.30 น. – 17.00 น.
วันเสาร์ เวลา 8.30 น.–12.00 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

