nawarat_law_firm__logo__500px

Supreme Court No.191/2518

ครูน้ำ(ทิพย์)
        ถอดบทเรียนดราม่า “ครูน้ำ โหนกระแส” : เมื่อความรักกลายเป็นการฉ้อโกง และความจริงทางกฎหมายเรื่อง “ค่าเสียตัว”
 
       จากกรณีศึกษาที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่าง “พี่เท่” เจ้าหน้าที่ อบต. และ “ครูน้ำ (ทิพย์)” ในรายการโหนกระแส ซึ่งฝั่งชายถูกหลอกลวงทั้งในประเด็นสถานะทางครอบครัว (ฝ่ายหญิงยังมีสถานะสมรสกับสามีเก่า) และหน้าที่การงาน (การตัดต่อภาพชุดข้าราชการครู) จนนำไปสู่การสูญเสียเงินสินสอดและเงินหมั้นรวมกว่าครึ่งล้านบาท
 
       นอกจากประเด็นดราม่าในเชิงพฤติกรรมศาสตร์แล้ว เคสนี้ถือเป็นบทเรียนทางกฎหมายที่น่าสนใจยิ่ง โดยหากพิจารณาข้อเท็จจริงประกอบกับแนวคำพิพากษาศาลฎีกาไทย จะพบว่าพฤติการณ์ดังกล่าวมีแนววินิจฉัยที่ชัดเจนไว้แล้ว ดังนี้:
⚖️ 1. การหลอกว่าโสดและปลอมอาชีพ = ความผิดฐานฉ้อโกง
ในทางอาญา การที่ฝ่ายหญิงรู้อยู่แก่ใจว่าตนเองยังมีสามีอยู่ และไม่ได้ประกอบอาชีพครูตามที่อ้าง แต่กลับแสดงข้อความอันเป็นเท็จเพื่อดึงดูดให้ฝ่ายชายมาติดพันและมอบเงินสินสอดให้ เทียบเคียงได้กับ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 191/2518 ซึ่งศาลเคยจดจารึกเป็นบรรทัดฐานว่า “จำเลยมีสามีและบุตรอยู่แล้ว หลอกลวงผู้เสียหายว่าจำเลยเป็นโศดไม่มีสามี จนผู้เสียหายหลงเชื่อ ยอมมอบเงินและของหมั้นให้… การกระทำของจำเลยย่อมมีความผิดฐานฉ้อโกง”
 
⚖️ 2. ข้ออ้างเรื่อง “ค่าเสียตัว” ไม่มีอยู่จริงในสารบบกฎหมาย
ประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก คือการที่ฝ่ายหญิงพยายามต่อรองคืนเงินเพียงครึ่งเดียว โดยอ้างว่าตนเองก็ได้รับความเสียหายจากการ “เสียตัว” และฝ่ายชายมาพักอาศัยใช้น้ำไฟที่บ้าน ในทางกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ “การร่วมประเวณีโดยสมัครใจของบรรลุนิติภาวะ ไม่ก่อให้เกิดหนี้หรือสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย”
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสัญญาหมั้นเกิดขึ้นจากการหลอกลวงอันเป็นฉ้อโกง ย่อมเป็นโมฆียะและถูกบอกล้างได้ ตาม คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2225/2556 ฝ่ายหญิงที่ประพฤติผิดสัญญาหรือเป็นฝ่ายก่อให้เกิดความสำคัญผิด ต้องคืนของหมั้นและสินสอดทั้งหมดเต็มจำนวน โดยไม่สามารถนำเหตุผลเรื่องการอยู่กินด้วยกันแล้วมาขอหักลดหย่อนมูลค่าหนี้ได้
 
⚖️ 3. พฤติกรรมการเบี้ยวนัด กับ เจตนาในทางคดี
การที่ฝ่ายหญิงยอมรับเงื่อนไขหลังจบรายการ แต่กลับหลีกเลี่ยงการมาพบพนักงานสอบสวนตามนัด โดยส่งผู้ใหญ่มาอ้างเหตุผลต่าง ๆ เพื่อขอเลื่อนการชำระเงิน ในแง่ของการดำเนินคดีอาญา พฤติกรรมนี้ไม่ได้ช่วยบรรเทาความผิดฐานฉ้อโกง เนื่องจากความผิดได้สำเร็จลงตั้งแต่วันที่ได้ทรัพย์สินไปโดยทุจริตแล้ว และอาจถูกพิจารณาว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่มีความสำนึกผิด ซึ่งส่งผลต่อการพิจารณาโทษในชั้นศาล
 
        คดีนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจว่า “ภาพลักษณ์และเครื่องแบบ” ไม่สามารถใช้เป็นเครื่องการันตีความซื่อสัตย์ได้ และในยุคปัจจุบันการตรวจสอบสถานะ (Due Diligence) ก่อนการทำนิติกรรมสำคัญอย่างการแต่งงานหรือการมอบทรัพย์สินจำนวนมาก ถือเป็นสิ่งจำเป็น และที่สำคัญที่สุดคือ สังคมควรตระหนักว่ากฎหมายคุ้มครองผู้เสียหายจากทุจริต ไม่คุ้มครองตรรกะวิบัติที่นำมาใช้เพื่อบ่ายเบี่ยงความรับผิดชอบ
—————————
หากท่านมีข้อสงสัยว่าเคสของท่านเป็นกรณีตามข้อหาหรือฐานความผิดใดนั้นท่านสามารถนัดหมายเพื่อเข้ารับคำปรึกษากับทีมทนายความของสำนักงานทาง Inbox หรือโทรศัพท์ 088-8851717 ทนายนวพล
เบอร์โทรสำนักงาน 053-014202
LINE ID : thenawarat17
บริษัทตั้งอยู่ที่
โครงการฟิฟธ์ อเวนิว รวมโชค
ตึกเลขที่ 555/143-144 หมู่ 2
ต.หนองจ๊อม อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ 50210
บริษัทเปิดทำการ
วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.30 น. – 17.00 น.
วันเสาร์ เวลา 8.30 น.–12.00 น.
หยุดทุกวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์