เมื่อโจทก์ไม่ส่งมอบรถที่เช่าซื้อให้เหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปกติแก่จำเลย โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยชอบที่จะไปเบี่ยงไม่ชำระค่าเช่าซื้อแก่โจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 369 โดยไม่ถือว่าจำเลยผิดนัด และโจทก์ผู้ผิดสัญญาไม่มีสิทธิ์บอกเลิกสัญญาต่อจำเลยได้ ตามป.พ.พ. มาตรา 386 สัญญาเช่าซื้อจึงมิได้เลิกกันตามที่โจทก์บอกเลิกสัญญา แต่เลิกกันโดยปริยายจากการที่โจทก์เข้าครอบครองรถที่เช่าซื้อ โดยจำเลยมิได้โต้แย้ง โจทก์จึงไม่มีสิทธิ เรียกค่าขาดราคา เบี้ยปรับ กับค่าจ้างบุคคลภายนอกติดตามยึดรถ และเมื่อสัญญาเช่าซื้อเลิกกัน โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อคงมีสิทธิเรียกร้อง ให้จำเลยรับผิดชำระใช้ทรัพย์ที่เช่าซื้อเท่านั้น ซึ่งหนี้ดังกล่าวมิได้ก่อให้เกิดความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม
ดังนั้นแม้โจทก์จะได้ออกเงินทดรอง ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับค่าเช่าซื้อที่จำเลยค้างชำระก่อนสัญญาเช่าซื้อเลิกกันแทนไปก่อน โจทก์ก็ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องจากจำเลยได้
